Subscribe:Posts Comments

You Are Here: Home » สงครามโลกครั้งที่ 1, สงครามในประวัติศาสตร์ » สงครามโลกครั้งที่ 1

สงครามโลกครั้งที่ 1

สงครามที่ทำให้โลกตกอยู่ในภาวะตรึงเครียด และเศรษฐกิจทรุดตัวอย่างหนัก สงครามที่ดำเนินมาอย่างยาวนานถึง 4 ปี (ค.ศ.1914 – 1918)  เป็นสงครามครั้งแรกที่ขั้วอำนาจของโลกถูกแบ่งเป็น 2 ฝ่าย ระหว่างฝ่าย พันธมิตร (รัสเซีย,ฝรั่งเศส,อังกฤษ,อิตาลี,สหรัฐ,ญี่ปุ่น,โรมาเนีย,เซอร์เบีย,เบลเยี่ยม,กรีซ,โปรตุเกส,มองเตเนโกร)  และฝ่ายมหาอำนาจกลาง (เยอรมนี,ออสเตรีย-ฮังการี,ตุรกี,บัลแกเรีย) สงครามสิ้นสุดด้วยการปราชัยของฝ่ายมหาอำนาจกลาง และเกิดสหภาพโซเวียตขึ้น จากการล่มสลายของจักรวรรดิรัสเซีย จากเหตุการณ์ปฎิวัติรัสเซีย สหรัฐอเมริกาก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของโลก และเกิดองค์การสันนิบาติชาติขึ้น เพื่อแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศด้วยการทูต   ภายหลังสงครามครั้งนี้ยังนำไปสู่ สนธิสัญญา ที่เป็นชนวนของสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย ชื่อสนธิสัญญา แวร์ซายส์

 

เหตุการณ์ที่นำไปสู่ความรุนแรงของสงคราม

28 มิถุนายน ค.ศ. 1914 อาร์คดยุคฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์ รัชทายาทของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีถูกลอบปลงประชนม์โดยนักศึกษาชาวเซิร์บ ในเมืองซาราเยโวของบอสเนีย หลังจากนั้น 1 เดือน ออสเตรียจึงประกาศสงครามกับเซอร์เบีย

 

28 กรกฎาคม ค.ศ. 1914 ออสเตรียประกาศสงครามกับเซอร์เบีย การประกาศสงครามของออสเตรีย ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ในอีกหลายประเทศ มหาอำนาจในยุโรปจำนวนมาก ต้องเข้าสู่สงคราม เนื่องจากข้อตกลงการป้องกันร่วมกัน และการเข้าแทรกแซงสงครามของประเทศพันธมิตร



รัสเซียให้ความสนับสนุนเซอร์เบีย  โดยส่งทหารกว่า 1 ล้านคน ไปตามจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ

 

เยอรมนี ให้ความสนับสนุน ออสเตรีย ประเทศพันธมิตร

 

เยอรมนี ยื่นคำขาด เรียกร้องให้รัสเซียหยุดทำการระดมพล แต่รัสเซียปฏิเสธ

 

1 สิงหาคม ค.ศ. 1914 เยอรมนีประกาศสงครามกับรัสเซีย โดยเยอรมนี ได้เตรียม แผนการชลีฟเฟ่น ไว้รับมือกับสงครามครั้งนี้ โดยแผนการ ชลีฟเฟ่น จัดเตรียมขึ้นในปี ค.ศ. 1905 โดย  นายพลอัลเฟรด ฟอน ชลีฟเฟ่น เสนาธิการของเยอรมนีในขณะนั้น โดยสาระสำคัญของแผ่นการนี้คือ เยอรมนี จะทำการรบทั้ง 2 ด้าน โดยจะต้องทำการรบให้ชนะฝรั่งเศสอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะทำการรบกับรัสเซีย โดยเยอรมนีจะต้องบุกเบลเยียม เพื่อผ่านเข้าไปทางแนวป้องกันของฝรั่งเศส แล้วโอบล้อมฝรั่งเศสไว้เป็นรูปวงโค้งใหญ่ ก่อนที่ฝรั่งเศสจะระดมพล แล้วจึงจะบุกไปทางตะวันออกเพื่อปราบรัสเซีย โดยเดินไปตามทางรถไฟ ซึ่งเยอรมนีได้จัดเตรียมไว้ สาเหตุที่ เลือกโจมตีฝรั่งเศสก่อน เนื่องมาจากรัสเซียมีอาณาเขตกว้างใหญ่หากจะรบให้ชนะต้องใช้เวลานาน การโจมตีฝรั่งเศสจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

 

แผนการชลีฟเฟ่น ซึ่งถูกคิดขึ้นในปี 1905 โดย นายพลอัลเฟรด ฟอน ชลีฟเฟ่น


3 สิงหาคม ค.ศ. 1914 เยอรมนีประกาศสงครามกับฝรั่งเศส

 

4 สิงหาคม ค.ศ. 1914 เยอรมนีบุกเข้าไปในเบลเยี่ยม ตามแผนการที่วางไว้

 

การบุกเข้าไปในเบลเยี่ยม ของเยอรมนี ทำให้อังกฤษเข้าร่วมสงคราม เป็นศัตรูกับเยอรมนี  เพื่อคุ้มครองเบลเยี่ยมตามสนธิสัญญาแห่งลอนดอน ค.ศ. 1839 ที่หลายๆ ประเทศมหาอำนาจร่วมกันค้ำประกันความเป็นกลางของเบลเยี่ยม

 

สงครามควรจะเป็นไปตามแผนการที่เยอรมนีวางไว้ หากเยอรมนีไม่ประเมินกำลังของฝ่ายศัตรูต่ำเกินไป จักรพรรดิไกเซอร์ วิลเฮล์ม ที่ 2 จักรพรรดิ เยอรมนี ในขณะนั้น ทรงตรัสกับทหารของท่านว่า “จงจำไว้ เราสามารถเข้าถึงกรุงปารีสภายใน 2 สัปดาห์” แต่ในความเป็นจริง กลับไม่ได้เป็นไปตามที่ ฝ่ายเยอรมนีคาดการณ์ไว้ เบลเยี่ยมทำการต่อต้านทหารของเยอรมนีอย่างเหนียวแน่น รัสเซียเคลื่อนกำลังพลอย่างรวดเร็ว โจมตีปรักเซียตะวันออก ทำให้เยอรมนี ต้องแบ่งกองทัพเพื่อตั้งรับ แทนที่จะทุ่มกำลังทั้งหมดพิชิตเบลเยี่ยมตามแผนการ ชลีฟเฟ่น  แต่ในภายหลังเยอรมนีก็สามารบุกถึงฝรั่งเศสได้ แต่ช้ากว่าที่กำหนดในแผนการไว้มาก แต่เยอรมนีก็ไม่ได้โอบล้อมกรุงปารีสไว้ ตามแผนการ ชลีฟเฟ่น แต่กลับเคลื่อนทัพไปทางตะวันออกเฉียงใต้ข้ามแนวป้องกันของกรุงปารีสแทน เมื่อเยอรมนีไม่สามารถทำตามแผนการ ชลีฟเฟ่น ที่ต้องการให้เยอรมนีบุกโจมตีแบบสายฟ้าแลบ ทำให้เยอรมนีต้องเจอสงครามที่ยืดเยื้อตามมาในอนาคต และห่างไกลจากชัยชนะออกไป

 

แนวการรบในแดนตะวันตก

การขุดดินทำสนามเพลาะ แม้จะไม่ใช่วิธีใหม่ในสงคราม แต่ถือได้ว่าเป็นวิธีการตั้งรับที่ดีผลดีที่สุดในขณะนั้น ในยุทธการแม่น้ำซอมม์ กองทัพฝ่ายพันธมิตรต้องการที่จะรุกคลืบเข้าไปในเขตแนวการตั้งรับของฝ่ายเยอรมันที่เต็มไปด้วยสนามเพลาะ ผลจากการกระทำของฝ่ายพันธมิตรครั้งนี้คือ ความสูญเสียชีวิตทหารจำนวนมาก แต่ฝ่ายเยอรมันเองก็ไม่สามารถที่จะโจมตีผ่านแนวรบของฝ่ายพันธมิตรได้ ทำให้ทั้ง 2 ฝ่าย ได้แต่ตั้งรับในเขตแดนของตนเอง

 

ต่างฝ่ายต่างคิดยุทธวิธีใหม่ๆ เพื่อใช้ในการรบ แต่ในที่สุดอาวุธที่ทำให้แนวรบด้านตกวันตกถึงขั้นแตกหักได้ ได้แก่รถถังซึ่งอังกฤษผลิตออกมาใช้ครั้งแรกใน ยุทธภูมิแม่น้ำซอมม์ ในปี ค.ศ. 1916 แต่ในครั้งนั้นไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เพราะรถถังเคลื่อนตัวได้ช้า และมีจำนวนไม่มากนัก แต่ฝ่ายพันธมิตรก็ยังตั้งหน้าตั้งตาผลิตต่อไป จนในปี ค.ศ. 1918 รถถังและการบินระยะต่ำ ๆ ก็ทำให้ฝ่ายพันธมิตรประสบชัยชนะขั้นเด็ดขาด จนนายพล ลูเดนดอร์ฟ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเยอรมนีแน่ใจว่าเยอรมนีแพ้สงคราม

 

รถถังมาร์ค I ถูกคิดขึ้นโดยอังกฤษ

การนำหน้าโดยรถถัง คอยทำลายแนวลวดหนาม และการสนับสนุนของทหารราบ

ทำให้กองทัพเยอรมันต้องล่าถอย และแพ้สงครามในปี 1918


แนวในการรบในแดนตะวันออก

แม้ในแดนตะวันตก จะมีฝ่ายใดเอาชัยเหนืออีกฝ่ายได้ แต่ในแดนตะวันออก กลับเป็นการรบที่ต้องรุกต้องถอยกลับไปกลับมา คลุมพื้นที่ระหว่างบอลติกกับทะเลอาซอฟ กองทัพรัสเซียวางแผนที่จะโจมตีในหลาย ๆ ทิศทางโดยพุ่งเป้าหมายไปยังแคว้นกาซิเลียของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี และปรัสเซียตะวันออกของเยอรมนี การรุกเข้าไปยังแคว้นกาซิเลียประสบความสำเร็จ แต่ด้านปรัสเซียตะวันออกกลับประสบความความล้มเหลว ในระหว่างเดือนสิงหาคมกับเดือนกันยายนของปี ค.ศ. 1914

 

แต่ในปี ค.ศ. 1916 นายพลบรูซิลอฟแม่ทัพรัสเซียได้นำการบุกครั้งใหญ่ กดดันให้เยอรมนีต้องนำกำลังทหาร 35 กองพล จากด้านตะวันตกเพื่อมาช่วยรบกับ กองกำลังของนายพลบรูซิลอฟ และในปลายปี กองทัพรัสเซียถูกกองทัพเยอรมนีตีจนต้องถอยร่นกลับไปทางตะวันออก หลังจากเริ่มปี ค.ศ. 1917 ได้เพียงไม่กี่เดือน ก็เกิดเหตุความไม่สงบขึ้นในรัสเซีย และนำไปสู่ การปฎิวัติรัสเซีย ขึ้น ทำให้รัสเซียต้องถอนตัวจากฝ่ายพันธมิตร และการประกาศเลิกสงคราม

 

การรบทางทะเล

เยอรมนี – อังกฤษ เผชิญหน้ากันเพียงครั้งเดียวที่ยุทธภูมิจัทแลนด์ ปี ค.ศ. 1916 เป็นยุทธนาวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งไม่มีฝ่ายได้เป็นฝ่ายมีชัย ภายหลังเยอรมนีหันมาใช้เรือดำน้ำ โจมตีเรือพาณิชย์ของฝ่ายพันธมิตร ในช่วงเวลาเพียง 3 เดือน เรือดำนั้นของเยอรมนี สามารถจมเรือพาณิชย์ของฝ่ายพันธมิตรได้จำนวนมาก หนึ่งในนั้นมีเรือ ลูซิทาเนีย ของสหรัฐอเมริกาอยู่ด้วย ซึ่งทำให้สหรัฐอเมริกาต้องเข้าร่วมสงครามในเวลาต่อมา

 

การเข้าร่วมสงครามของสหรัฐอเมริกา

การปิดล้อมทางทะเลของอังกฤษ เพื่อหวังให้ฝ่ายเยอรมันขาดแคลนอาหาร ทำให้เยอรมนีต้องตอบโต้ด้วยการออกปฏิบัติการเรือดำน้ำแบบไม่จำกัดขอบเขต ในกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1917 ทำให้เรือพาณิชย์ของฝ่ายพันธมิตรถูกจมไปคิดเป็นปริมาณเฉลี่ยกว่า 500,000 ตันต่อเดือน ภายหลัง ฝ่ายพันธมิตรได้แก้ปัญหาโดยให้มีเรือพิฆาตคอยคุ้มกันเรือพาณิชย์

 

ในช่วงต้นของสงคราม สหรัฐอเมริกาวางตัวเป็นกลาง ไม่เข้าร่วมสงคราม แต่หลังจากที่เรือดำน้ำเยอรมนี ได้จมเรือ ลูซิทาเนีย ซึ่งมีชาวอเมริกันอยู่ 128 คน ทำให้ วูดโรว์ วิลสัน ประธานาธิบดีของสหรัฐเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ต่อมาในภายหลังเยอรมนีได้ยกเลิก ปฏิบัติการเรือดำน้ำแบบไม่จำกัดขอบเขตตามข้อเรียกร้องของสหรัฐอเมริกา

 

ต่อมาในเดือนมกราคม ค.ศ. 1917 เยอรมนีได้กลับมาใช้ ปฏิบัติการเรือดำน้ำแบบไม่จำกัดขอบเขตอีกครั้ง และได้มีการส่งรหัสลับจากกรุงเบอร์ลินไปยังเม็กซิโก โดยได้เชิญชวนเม็กซิโกเป็นพันธมิตรกับเยอรมนี ต่อต้านสหรัฐอเมริกา และได้มีการเสนอผลตอบแทนเป็น รัฐเท็กซัส รัฐนิวเม็กซิโกและรัฐแอริโซน ของสหรัฐอเมริกาเพื่อเป็นการตอบแทน แต่หน่วยถอดรหัสของราชนาวีอังกฤษ สามารถแกะรหัสลับได้ และได้มีการเปิดเผยต่อสหรัฐ ซึ่งต่อมาสหรัฐได้ประกาศสงครามในวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1917

 

จุดจบของสงคราม

การเข้าสู่สงครามของสหรัฐอเมริกา ถือว่าเป็นกุญแจแห่งชัยชนะของฝ่ายพันธมิตรเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากกำลังทหารที่สหรัฐอเมริกา ได้นำมาช่วยแล้ว ยังมีทรัพยากรมหาศาล เพราะในขณะนั้นรัสเซียได้ประกาศเลิกสงครามและทิ้งการรบด้านตะวันตกไป จากการปฏิวัติรัสเซีย

 

21 มีนาคม 1918 เยอรมนีบุกครั้งใหญ่ในด้านตะวันตก โดยหวังให้ กองทัพอังกฤษ และฝรั่งเศส แยกออกจากกัน ก่อนที่กองกำลังสหรัฐจะมาสนับสนุน  โดยโจมตีกองทัพอังกฤษที่อาเมียนส์อย่างหนัก ทำให้กองทัพพันธมิตรไม่สามารถต้านทานได้ กองทัพเยอรมนีสามารถรุกเข้าไปได้เกือบที่จะถึงกรุงปารีส ชัยชนะของเยอรมนีอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่แล้วเยอรมนีก็ต้องฝันสลาย พร้อมกับการมาถึงของกองทัพสหรัฐ

 

ในยุทธภูมิอาเมียนส์ มีรถถังคอยทำลายแนวลวดหนาม พร้อมด้วยการสนับสนุนของทหารราบ ทำให้กองทัพพันธมิตรสามารถกดดันให้กองทัพเยอรมนีต้องล่าถอย จนกลับไปสู่แนวพรมแดนของตนเอง และแล้วความปราชัยของเยอรมนีก็มาถึง

 

4 ตุลาคม ค.ศ. 1918 เยอรมนีได้ส่งคำร้องขอยุติสงครามไปยัง วูดโรว์ วิลสัน ประธานาธิบดีของสหรัฐในขณะนั้น วูดโรว์ วิลสัน ได้ยื่นเงื่อนไขในการยุติสงคราม 14 ข้อ โดยไม่ได้ปรึกษากับฝ่ายพันธมิตร

  1. ห้ามทำสนธิสัญญาลับระหว่างประเทศ
  2. เสรีภาพทางท้องทะเลแม้ในยามสงคราม
  3. การค้าเสรีระหว่างประเทศ
  4. การลดอาวุธ
  5. แก้ไขการอ้างสิทธิอาณานิคม
  6. เยอรมนีต้องถอนตัวออกจากดินแดนของรัสเซีย
  7. อิสรภาพของเบลเยี่ยม
  8. ต้องคืนแคว้นอัลซัค – ลอร์เรนให้ฝรั่งเศส
  9. ต้องปรับพรมแดนของอิตาลี
  10. ให้โอกาสปกครองตนเอง แก่จักรวรรดิออสเตรีย – ฮังการี
  11. ต้องฟื้นฟูรัฐบอลข่าน และเซอร์เบียต้องมีทางออกทะเล
  12. ประชากรที่ไม่ใช่ชาวเติร์กในจักรวรรดิตุรกีต้องเป็นอิสระ
  13. สร้างโปแลนด์ขึ้นใหม่
  14. ต้องจัดตั้งองค์การระหว่างประเทศ

หลักการ 14 ประการของ ประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน มุ่งหวังที่จะให้เกิดสันติภาพแก่โลก แต่น่าเสียดายที่สันติภาพ

 

โลกไม่สามารถลบล้างความแค้นของฝ่ายพันธมิตรได้ โดยถูกสนธิสัญญาแห่งความแค้น สนธิสัญญาที่เป็นชนวนของสงครามที่รุนแรงกว่า เลวร้ายกว่า และสูญเสียมากกว่าสงครามโลกครั้งที่ 1 นี้หลายเท่านั้น คือ “สงครามโลกครั้งที่ 2” สนธิสัญญาแห่งความแค้นนี้ชื่อว่า “สนธิสัญญาแวร์ซายส์”

 

และในระหว่างที่เยอรมนี กำลังดำเนินการยุติสงคราม ประเทศฝ่ายมหาอำนาจกลาง ก็ได้แพ้สงครามดังนี้

 

30 กันยายน ค.ศ. 1918  บัลแกเรีย ประกาศยอมแพ้สงคราม

 

31 ตุลาคม ค.ศ. 1918  ตุรกี ประกาศยอมแพ้สงคราม

 

3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918 ออสเตรีย ประกาศยอมแพ้สงคราม

 

จักรพรรดิ ไกเซอร์ วิลเฮล์ม ที่ 2 ของเยอรมนี จักรพรรดิผู้นำโลกเข้าสู่สงคราม

ภายหลังจากเยอรมนีสงครามยุติ พระองค์ทรงสละราชสมบัติ และเสด็จไปประทับอยู่ที่ประเทศ เนเธอร์แลนด์


เหตุการณ์หลังจากสงครามสงบ

7 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918  เยอรมนีรับเงื่อนไขการสงบศึก

 

9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918 จักรพรรดิไกเซอร์ วิลเฮล์ม ที่ 2 ของเยอรมนี และมกุฎราชกุมารเสด็จไปประทับที่เนเธอร์แลนด์

 

11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918 สัญญาสงบศึกมีผลบังคับใช้

 

และแล้วสงครามที่ดำเนินมายาวนานถึง 4 ปี ก็สงบลง แต่ความแค้นในใจมนุษย์ไม่มีวันหมด โดยเยอรมนี ได้ลงนามในสนธิสัญญา แวร์ซายส์ ในวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1919 แต่สันติภาพไม่คงทน อีก 20 ปีต่อมา ก็บังเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น

 

คลิปที่เกี่ยวข้อง สงครามโลกครั้งที่ 1

 

แชร์ความรู้ดีๆ:
  • Print
  • Digg
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • email
  • RSS

Related posts:

สงคราม ญี่ปุ่น - รัสเซีย
อาร์คดยุคฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์
We were soldiers เรียกข้าว่าวีรบุรุษ

4 Comments

  1. Kiana says:

    I rlealy appreciate free, succinct, reliable data like this.

  2. ขอบคุณครับ เนื้อหาเยอะดีครับ

  3. ไม่มีสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อหรอครับ

Leave a Reply

© 2011 ร่วมเรียนรู้สงครามในประวัติศาสตร์ สงครามโลก เรื่องย่อหนังสงคราม ประวัติบุคคลสำคัญ และเกร็ดความรู้ต่างๆ · Subscribe:PostsComments · sitemap · WordPress ·
ติดต่อ admin : vampiresiamxLLL@gmail.com