Subscribe:Posts Comments

You Are Here: Home » สงครามเกาหลี, สงครามในประวัติศาสตร์ » สงครามเกาหลี

สงครามเกาหลี

 

หลังจากสิ้นเสียงปืนของสงครามโลกครั้งที่ 2 หลายประเทศทั่วโลกต่างโห่ร้องยินดี กับการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่… ในหลาย ๆ ประเทศนั้น ไม่มีประเทศ “เกาหลี” สงครามเกาหลี หนึ่งในสมรภูมิตัวแทนของ “สงครามเย็น

 

ลางร้ายแห่งเกาหลี

8 กันยายน ค.ศ. 1945 (ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2) โซเวียตเคลื่อนกำลังเข้าไปในเกาหลีเหนือเส้นขนาน 38 ขึ้นไป สหรัฐฯ เคลื่อนกำลังเข้าไปในเกาหลีใต้เส้นขนาดที่ 38 ลงไป แล้วทั้ง 2 ฝ่ายจึงจัดตั้งการปกครองในเกาหลีตั้งแต่นั้นมา ภายหลังสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยที่จะแบ่งแยกเกาหลี สหรัฐฯ จึงเสนอให้มีการรวมเกาหลีทั้ง 2 เขตเข้าด้วยกัน ทางโซเวียตเห็นด้วยกับการที่รวมเกาหลีทั้ง 2 เขต เข้าด้วยกัน แต่รัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นปกครองเกาหลี ต้องจัดตั้งตามเงื่อนไขของโซเวียตเท่านั้น ในเวลาต่อมา สภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีมติให้มีการเลือกตั้งในเกาหลี แต่โซเวียตปฏิเสธที่จะให้มีการเลือกตั้งขึ้น ในวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 1948 ดังนั้นการเลือกตั้งในเกาหลีจึงเกิดขึ้นแต่ในบริเวณที่ปกครองด้วยกองกำลังสหรัฐฯ

 

10 พฤษภาคม ค.ศ. 1948 มีการเลือกตั้งสมัชชาแห่งชาติเกาหลีขึ้น ในเขตปกครองของสหรัฐฯ (เกาหลีใต้)

 

การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกสมาชิกประจำสมัชชาแห่งชาติของเกาหลี หลังจากผ่านพ้นการเลือกตั้งไปแล้ว สมัชชาแห่งชาติเกาหลีจึงร่างรัฐธรรมนูญปกครองประเทศตามระบอบประชาธิปไตย และประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ในวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1948

 

17 กรกฎาคม ค.ศ. 1948 ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ซึ่งร่างโดยสมัชชาแห่งชาติเกาหลี ซึ่งมาจากการเลือกตั้งในวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 1948

 

15 สิงหาคม ค.ศ. 1948 ได้มีการประกาศจัดตั้งสาธารณรัฐเกาหลีขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยสมัชชาแห่งชาติเกาหลี และได้มี ประธานาธิบดีคนแรกของเกาหลีใต้ขึ้น ชื่อว่า นายซิงมัน รี



 

โซเวียตได้จัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวขึ้นในเกาหลีเหนือ โดยมี นายคิมอิล ซุง เป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล ซึ่งปกครองแบบคอมมิวนิสต์ จึงทำให้ชาวเกาหลีที่อยู่ในเขตการปกครองของรัฐบาล คิมอิล ซุง หนีลงใต้ข้ามเส้นขนานที่ 38 ลงมาเป็นจำนวนมาก เมื่อทางเกาหลีใต้ได้ประกาศจัดตั้ง สาธารณรัฐเกาหลีขึ้น ในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1948 ต่อมาในวันที่ 9 กันยายน ค.ศ. 1948 โซเวียตจึงได้ประกาศจัดตั้งเขตยึดครองของตน เป็นประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี มีนายคิมอิล ซุง เป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล

 

คิมอิล ซุง

คิมอิล ซุง ผู้นำคนแรกของเกาหลีเหนือ ถึงแก่ อสัญกรรม เมื่อวัน 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1994 หลังจากนายคิมอิล ซุง ถึงแก่อสัญกรรม นาย คิม จองอิล บุตรชายคนโตของ นาย คิมอิล ซุง ได้รับสืบทอดตำแหน่งผู้นำเกาหลีเหนือ จนถึงปัจจุบัน


 

9 กันยายน ค.ศ. 1948 โซเวียตได้ประกาศให้เกาหลี บริเวณเส้นขนานที่ 38 ขึ้นไป เป็นประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี

 

ขณะนี้ เกาหลีได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเทศ อย่างเป็นทางการแล้ว และหลังจากนี้อีกเพียง 2 ปี สงครามที่ชาวเกาหลีต้องเข่นฆ่ากันเอง จึงได้เริ่มต้นขึ้น

 

สงครามเริ่มต้นขึ้น


25 มิถุนายน ค.ศ. 1950 เกาหลีเหนือ ได้ส่งกองทัพข้ามเส้นขนานที่ 38 ลงมายังดินแดนเกาหลีใต้ สงครามที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ของ ชาวเกาหลี จึงได้เริ่มต้นขึ้น

 

เพียงเวลาไม่กี่วันหลังจากที่เกาหลีเหนือได้ส่งกองทัพข้ามเส้นขนานที่ 38 ลงมา กองทัพของเกาหลีเหนือก็สามารถบุกยึดกรุงโซลได้

 

28 มิถุนายน ค.ศ. 1950 กรุงโซลถูกปกครองด้วยกองกำลังจากเกาหลีเหนือ

 

30 มิถุนายน ค.ศ. 1950 ประธานาธิบดี ทรูแมน ออกคำสั่งให้ กองทัพเรือปิดล้อมแนวฝั่งเกาหลีทั้งหมด เพื่อกันไม่ให้สงครามขยายตัวออกไป จนกลายเป็นสงครามโลกครั้งใหม่

 

สหรัฐฯ ได้เข้าร่วมสงครามเกาหลีในครั้งนี้ด้วย ประธานาธิบดี ทรูแมน จึงได้ประกาศว่า “เราไม่ได้ทำสงคราม” แต่การกระทำของเราเป็นการกระทำของตำรวจที่มีวัตถุประสงค์เพื่อต่อต้านการรุกราน

 

8 กรกฎาคม ค.ศ. 1950 นายพลแมคอาเธอร์ ได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพสหประชาชาติ

 

ในเดือนกรกฎาคม กองทัพเกาหลีใต้ถูกกองทัพเกาหลีเหนือบุกจนต้องถอยร่นลงสู่ทางใต้ของประเทศ

 

19 กรกฎาคม ค.ศ. 1950 เกาหลีเหนือ บุกยึดเมืองเตจอน ได้สำเร็จ

 

15 กันยายน ค.ศ. 1950  กองกำลังสหประชาชาติ ยกพลขึ้นบกที่ชายหาด ของเกาะวอลดี โม ตามแผนการบุกอินซอน ของนายพลแมคอาเธอร์ และยกพลขึ้นบกระลอกที่ 2 ในตอนบ่าย ที่ริมฝั่งทะเลเมืองอินซอน และได้เกิดการสู้รบกับกองทัพเกาหลีเหนือขึ้น

 

16 กันยายน ค.ศ. 1950 กองกำลังสหประชาชาติติ บุกยึดเมืองอินซอนได้สำเร็จ ตามแผนการของนายพลแมคอาเธอร์ วีรบุรุษจากสงครามโลกครั้งที่ 2 การบุกยึดกรุงโซลคืนมา คือแผนการขั้นต่อไป

 

28 กันยายน ค.ศ. 1950 กองทัพเกาหลีเหนือต้านทานการบุกจากกองกำลังสหประชาชาติไม่ไหว จึงได้ถอนตัวออกจากกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ และได้นำเชลยศึกจำนวน 130,000 คน ไปด้วย

 

29 กันยายน ค.ศ. 1950 นายพลแมคอาเธอร์ได้เปิดประชุมสมัชชาแห่งชาติเกาหลีใต้ เพื่อคืนกรุงโซลให้กับรัฐบาลเกาหลีใต้

 

รุกหนักเหนือเส้นขนานที่ 38


เส้นขนานที่ 38เส้นขนานที่ 38 เส้นแบ่งเขตแดนระหว่างเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ โดยพื้นที่สีแดง คือ เกาหลีเหนือ และพื้นที่สีเขียว คือ เกาหลีใต้


หลังจากที่กองกำลังสหประชาชาติ สามารถช่วยขับไล่กองทัพของเกาหลีเหนือ ออกจากเกาหลีใต้ได้แล้ว จุดประสงค์ของการทำสงครามก็เปลี่ยนไป จากที่ต้องการเพียงขับไล่กองทัพของเกาหลีเหนือ ออกจากบริเวณใต้เส้นขนานที่ 38 ลงมา หรือก็คือประเทศเกาหลีใต้ ไปเป็นการรวมเกาหลี ทั้งเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ ให้เป็นเพียงหนึ่งประเทศ ภายใต้การปกครองของรัฐบาลซิงมันรี ของเกาหลีใต้

 

27 กันยายน ค.ศ. 1950 นายพลแมคอาเธอร์ ได้รับอนุมัติ ให้เคลื่อนกำลังพลข้ามเส้นขนานที่ 38 จุดประสงค์เพื่อทำลายกองทัพของเกาหลีเหนือให้ราบคาบ

 

6 ตุลาคม ค.ศ. 1950 องค์การสหประชาชาติอนุมัติแผนบุกข้ามเส้นขนานที่ 38 ของนายพลแมคอาเธอร์  นายโจวเอนไหล นายกรัฐมนตรีของจีนได้เตือนสหประชาชาติว่า “จีนจะไม่เฝ้าดูอยู่เฉย ๆ ถ้าหากว่าจักรวรรดินิยมโจมตีเกาหลีเหนือ”

 

สงครามดูเหมือนจะขยายตัวออกไปยังจีน และอาจกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จบไปเพียงไม่กี่ปี

 

สงครามสิ้นสุด


ประธานาธิบดี ทรูแมน ได้เตือน นายพลแมคอาเธอร์ ให้หลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่จะส่งผลให้จีนเข้าร่วมสงครามกับเกาหลีเหนือ

 

นายพลแลแมคอาเธอร์ ได้รับอนุมัติให้กองกำลังสหประชาชาติ บุกขึ้นเหนือจนถึงบริเวณห่างจากแม่น้ำยลูประมาณ 30 – 40 ไมล์ ตามแผนการของ นายพลแมคอาเธอร์ แต่พอถึงวันที่ 24 ตุลาคม นายพลแมคอาเธอร์ กลับยกเลิกการบุกขึ้นเหนือของกองกำลังสหประชาชาติ

 

ต่อมานายพลแมคอาเธอร์ ได้สั่งพลร่มลงที่บริเวณหลังแนวข้าศึกเพื่อตัดขาด และไม่ให้ทหารเกาหลีเหนือถอยหนีได้ หลังจากนั้นกองกำลังสหประชาชาติก็สามารถเข้ายึดเมืองเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือไว้ได้ และนายพลแมคอาเธอร์ ได้ประกาศว่า “การทำ สงครามเกาหลี สิ้นสุดแล้ว”

 

ต้นเดือนพฤศจิกายนปรากฏว่ามีทหารจีนคอมมิวนิสต์ อยู่ในเกาหลี นั่นย่อมหมายถึงว่า จีนเข้าร่วมสงครามเกาหลีแล้ว

 

หลังจากที่จีนเข้าร่วมสงครามเกาหลีแล้ว สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป กองกำลังสหประชาชาติได้ทำสงครามกับกองทหารของจีน และได้ถูกรุกอย่างหนัก จนปลายเดือนพฤศจิกายน กองกำลังสหประชาชาติต้องถอยร่นมาทางใต้

 

5 ธันวาคม ค.ศ. 1950 เปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ ถูกยึดครองโดยเกาหลีเหนือตามเดิม และกองกำลังสหประชาชาติต้องถอยมาตั้งหลักบริเวณเส้นขนานที่ 38 ตามเดิม จากการรุกหนักของกองทหารของจีน และถูกยึดกรุงโซลในเวลาต่อมา

 

14 มีนาคม ค.ศ. 1951 กองกำลังสหประชาชาติสามารถยึดกรุงโซลกลับคืนมาได้

 

11 เมษายน ค.ศ. 1951 นายพลริดจ์เวย์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการรบสูงสุดแทน นายพลแมคอาเธอร์

 

10 กรกฎาคม ค.ศ. 1951 ได้เกิดการเจรจาสงบศึกขึ้นเป็นครั้งแรกที่เมือง เคซอง และการเจรจาสงบศึกยังได้ดำเนินต่อเนื่องไปเป็นเวลาถึง 2 ปี ในระหว่างที่มีการเจรจาสงบศึก ช่วงเวลา 2 ปี การรบการยังดำเนินไปเรื่อย ๆ จนการเจรจาสงบศึกสำเร็จในวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1953

 

27 กรกฎาคม ค.ศ. 1953 สงครามเกาหลี ยุติอย่างเป็นทางการ

 

ถึงแม้สงครามเกาหลีจะยุติอย่างเป็นทางการไปแล้ว แต่การแบ่งแยกเกาหลี ยังคงดำเนินต่อไปไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง

แชร์ความรู้ดีๆ:
  • Print
  • Digg
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • email
  • RSS

Related posts:

ไกเซอร์วิลเฮล์มที่ 2 จักรพรรดิผู้นำ...
The Hurt Locker หน่วยระห่ำปลดล็อคระเบิดโลก
saving private ryan ฝ่าสมรภูมินรก

1 Comment

  1. Cade says:

    This site is like a calssorom, except I don’t hate it. lol

Leave a Reply

© 2011 ร่วมเรียนรู้สงครามในประวัติศาสตร์ สงครามโลก เรื่องย่อหนังสงคราม ประวัติบุคคลสำคัญ และเกร็ดความรู้ต่างๆ · Subscribe:PostsComments · sitemap · WordPress ·
ติดต่อ admin : vampiresiamxLLL@gmail.com